วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
การวิเคราะห์สภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมคาราโอเกะ (Five Forces Model)
1. อุปสรรคในการเข้าสู่อุตสาหกรรม (Threat of New Entry) - กลาง
แนวโน้มคู่แข่งรายใหม่ที่เข้ามาในธุรกิจโปรแกรมคาราโอเกะในอนาคต อาจเป็นการซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศหรือจดลิขสิทธิ์ของเทคโนโลยี แต่สำหรับคู่แข่งรายใหม่ๆ ที่เข้ามาในตลาดปัจจุบันพบว่ายังไม่ได้สร้างความแตกต่างเท่าใดนัก ซึ่งรูปแบบส่วนใหญ่ก็คือการร้องคาราโอเกะ อย่างไรก็ตามคู่แข่งรายใหม่ที่มีความน่ากลัวในการแข่งขันคือผู้ผลิตที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงเพราะเพลงเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจ ที่จะทำให้มีอำนาจในการต่อรองกับผู้ประกอบการหรือสถานประกอบการที่ต้องการใช้เพลงของเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงนั้นๆ และสามารถสร้างอำนาจในการแข่งขันจากการเป็นพันธมิตรทางการค้าร่วมกับธุรกิจอุตสาหกรรมอื่นเพื่อเก็บส่วนแบ่งทางการตลาดให้ได้มากที่สุด ซึ่งผลักดันให้ผู้ประกอบการในตลาดกลุ่มอื่นๆ ต้องออกไปจากอุตสาหกรรมในที่สุด
2. การแข่งขันระหว่างคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาด (Rivalry between Existing Competitors) - ต่ำ
สถานการณ์ของการแข่งขันในอุตสาหกรรมธุรกิจโปรแกรมคาราโอเกะมีการแข่งขันที่ไม่สูงมากนักเพราะแต่ละโปรแกรมต่างมีความสามารถเฉพาะของตัวเอง ซึ่งรูปแบบการใช้งานต่างๆ ก็มีการพัฒนาปรับปรุงตามความต้องการของลูกค้าเฉพาะรายอีกครั้งหนึ่ง สำหรับในเรื่องของราคานั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวโปรแกรมว่ามีความโดดเด่นและมีศักยภาพในการใช้งานมากน้อยเพียงใด
3. การสามารถถูกทดแทนโดยสินค้าชนิดอื่นได้ (Substitute Product) - ต่ำ
สินค้าที่จะเข้ามาทดแทนธุรกิจคาราโอเกะโดยตรง ณ ปัจจุบันยังไม่พบว่ามีแต่อย่างใด แต่สินค้าทดแทนคือตัวโปรแกรมอื่นๆ
4. การมีอิทธิพลของผู้จัดหาวัสดุอุปกรณ์ (Bargaining Power of Suppliers) - สูง
ในด้านผู้ขายวัตถุดิบหรือแรงงาน บริษัทจะมีอำนาจในการต่อรองกับผู้ขายวัตถุดิบค่อนข้างสูง เนื่องจากวัตถุดิบหลักคือตัวโปรแกรมซึ่งทางบริษัทเป็นผู้คิดค้นและพัฒนาด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าจะต้องสั่งซื้ออุปกรณ์บางอย่างจากผู้จัดจำหน่าย อาทิเช่น OS window แต่ก็ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใดเนื่องจากราคาจำหน่ายในท้องตลาดไม่มีความแตกต่างกันมากนัก
5. อิทธิพลของผู้ซื้อหรือลูกค้า (Bargaining Power of Buyers) - สูง
อำนาจการต่อรองของลูกค้ามีสูง เนื่องจากลูกค้ามีหลายทางเลือกที่จะซื้อโปรแกรมคาราโอเกะจากผู้ผลิตโปรแกรมในตลาด อย่างไรก็ตามลูกค้าในแต่ละกลุ่มก็มีศักยภาพในการซื้อไม่เท่าเทียมกันรวมถึงความต้องการในการใช้ระบบของผู้ประกอบการเพื่อตอบสนองลูกค้าของตน ซึ่งลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางถึงสูงก็จะเลือกใช้บริการจากสถานประกอบการที่มีชื่อเสียงมีระบบคาราโอเกะที่ตอบสนองความต้องการ หรือซื้อเครื่องเล่นคาราโอเกะเป็นของส่วนตัว ในขณะที่ผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยก็จะเลือกใช้บริการจากตู้คาราโอเกะตามสถานที่ต่างๆ นอกจากนั้นปัจจัยด้านอื่นๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคเช่น ราคา การบริการของพนักงาน หรือแม้แต่สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ
ผู้จำหน่ายระบบคาราโอเกะสำหรับร้านอาหาร
บริษัท เอ็มบ๊อกซ์ มัลติมีเดีย จำกัด มีสำนักงานตั้งอยู่ที่เลขที่ 238/27 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 บริษัท เอ็มบ็อกซ์ มัลติมีเดีย จำกัด แต่เดิมชื่อบริษัทเทเลบริดจ์จำกัดได้เริ่มจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เมื่อปีพ.ศ.2542
ในปลายปี พ.ศ. 2545 บริษัท เอ็มบ๊อกซ์ มัลติมีเดีย จำกัด สามารถพัฒนาระบบคาราโอเกะด้วยการนำเทคโนโลยีของ Video Streaming มาประยุกต์ใช้เพื่อสนองความต้องการของตลาดผู้ให้บริการคาราโอเกะเป็นผลสำเร็จ และได้วางจำหน่ายในตลาดภายใต้เครื่องหมายการค้าเอ็มบ๊อกซ์ (MBOX) และในปลายปีเดียวกัน Cencio Karaoke ของโรงแรมเซ็นทรัลโซฟีเทลลาดพร้าว ได้เป็นลูกค้ารายแรกที่นำระบบเอ็มบ๊อกซ์คาราโอเกะ (MBOX Karaoke) มาให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไปเป็นรายแรกและตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาบริษัท เอ็มบ๊อกซ์ มัลติมีเดีย จำกัด ได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ เอ็มบ๊อกซ์คาราโอเกะ (MBOX Karaoke) ให้แก่ลูกค้ามากมาย อาทิเช่น สวนอาหาร 13 เหรียญ สวนอาหารครัวพฤกษา The Piano Exclusive Club Showtime ของโรงแรมเจริญธานีรอยัลพริ้นเซสจังหวัดขอนแก่น และ Florence Entertainment Complex เป็นต้น จากความสำเร็จดังกล่าว บริษัท เอ็มบ๊อกซ์ มัลติมีเดีย จำกัด จึงได้มีการพัฒนาระบบคาราโอเกะอย่างต่อเนื่อง ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพและเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบซึ่งรวมถึงการพัฒนาระบบซอฟแวร์ ที่ใช้ในการบริหารและการจัดการสำหรับสถานประกอกการร้านอาหารและคาราโอเกะอย่างครบวงจร นอกจากนี้ บริษัท เอ็มบ๊อกซ์ มัลติมีเดีย จำกัด ยังได้พัฒนาระบบคาราโอเกะเพื่อใช้สำหรับตู้หยอดเหรียญคาราโอเกะที่วางบริการตามห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารทั่วไป และระบบโฮมคาราโอเกะ (Home Karaoke) สำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการร้องเพลงเพื่อเป็นกิจกรรมสังสรรค์ภายในครอบครัวด้วย โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการตลาดสูงสุดในปัจจุบัน โดยมีลูกค้าเป็นสถานประกอบการรายใหญ่ อาทิเช่น เมเจอร์โบลว์ฮิต (Major Bowl Hits) เอส เอฟ มิวสิค ซิตี้ (SF Music City) โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล พลาซา (กรุงเทพฯ) เป็นต้น โดยโปรแกรมของบริษัท เอ็มบ๊อกซ์ มัลติมีเดีย จำกัด มีระบบการจองห้อง การสั่งอาหาร การเก็บเงิน ระบบสินค้าคงคลัง และระบบบริหารงานบุคลากร รวมถึงมีรูปแบบหน้าจอที่สวยงาม บริษัท เอ็มบ๊อกซ์ มัลติมีเดีย จำกัด มีการทำการตลาดที่เน้นการให้บริการหลังการขายที่ดีรวมถึงการรับประกันในคุณภาพของโปรแกรม โดยส่วนใหญ่ทางบริษัทจะเน้นสถานประกอบการรายใหญ่ที่มีจำนวนหลายสาขา (แหล่งอ้างอิงจาก :www.mbox.co.th
บริษัท จรัญ 44 จำกัด
บริษัท จรัญ 44 จำกัด มีสำนักงานตั้งอยู่ที่เลขที่ 352 ถนนจรัญสนิทวงศ์ 44 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ทั้งนี้รูปแบบของโปรแกรมคาราโอเกะที่บริษัทนำเสนอคือ การมีระบบการร้องเพลงคาราโอเกะและระบบการให้คะแนนในการร้องเพลง
บริษัทมีจุดแข็งในเรื่องของราคาซึ่งมีราคาของโปรแกรมที่ไม่แพงเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ผลิตรายอื่นๆ รวมทั้งมีทีมงานด้านการตลาดที่มีศักยภาพและสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ประกอบการอย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่บริษัทจะเน้นสถานประกอบการรายย่อยที่ซึ่งมีจำนวนห้องน้อย อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ. 2548 ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการพัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติมเพื่อทำการเปิดการขายกับลูกค้ารายใหญ่ เช่น โรงแรมต่างๆเพิ่มมากขึ้น (แหล่งข้อมูลอ้างอิงจาก คุณกิตติโสภณ หอมนาน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท จรัญ 44 จำกัด)
www.jarun44.com
บริษัท บีแอนด์ซี โปรดักชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด
บริษัท บีแอนด์ซี โปรดักชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด มีสำนักงานตั้งอยู่ที่เลขที่ 21/37 หมู่ 6 ซอยวิภาวดี 60 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
รูปแบบของโปรแกรมคาราโอเกะที่บริษัทนำเสนอคือ มีระบบการให้คะแนนเสียงร้อง แสดงภาพโฆษณาและภาพหลัง โหมดดีเจ 2 จอ ระบบสั่งอาหาร ระบบควบคุมการสั่งอาหาร ระบบการควบคุมเปิดปิดเครื่อง ระบบส่งข้อความไปยังห้องเล่นเพลงหรือเล่นหนังได้จากแผ่น และระบบคาราโอเกะที่สามารถใช้บัตรสมาชิกในการควบคุม ตัวอย่างผู้ประกอบการที่ใช้บริการคือ ภัตาคารชมทะเล สวนอาหารท่าใหม่ ร้านญาติกา ร้านอาหารยอดบัว โรงแรมศิริดาเพลส ชัยภูมิหัตถเวชนวดแผนโบราณ เป็นต้น อย่างไรก็ตามในระยะ1 ปีที่ผ่านมาทาง บริษัท บีแอนด์ซี โปรดักชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด ไม่ได้มีการขยายการตลาดเพิ่มเนื่องจากได้มีการทำสัญญาผูกขาดในการเป็นผู้จัดทำระบบคาราโอเกะให้แก่บริษัท แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เพื่อทำตู้บูธภายในห้างเท่านั้น www.bcpc.co.th
บริษัท เจเอสเค โปรโมชั่น จำกัด
บริษัท เจเอสเค โปรโมชั่น จำกัด มีสำนักงานตั้งอยู่ที่เลขที่ 144/1 ซอยตลาดศรีวณิช ถนนดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
บริษัท เจเอสเค โปรโมชั่น จำกัด จะเน้นเรื่องราคาเป็นปัจจัยสำคัญในการขายเท่านั้น ซึ่งกลุ่มเป้าหมายคือร้านอาหารห้องเดี่ยวที่ต้องการสินค้าราคาถูก สำหรับรูปแบบของโปรแกรมคาราโอเกะที่บริษัทนำเสนอคือความสามารถในการใช้งานด้านการร้องคาราโอเกะ และการแสดงตราสัญลักษณ์ (logo) ของร้านเพียงเท่านั้น www.jsk2545.com
อย่างไรก็ตามผู้ผลิตโปรแกรมคาราโอเกะส่วนใหญ่ยังคงมุ่งเน้นการทำตลาดกับผู้ประกอบการตามสถานประกอบการมากกว่าผู้บริโภคคนสุดท้าย(End-User) และผู้บริโภคที่ต้องการความบันเทิงภายในบ้าน ซึ่งผู้บริโภคตามบ้านมักจะซื้อเครื่องเล่นวีซีดีคาราโอเกะ และดีวีดีคาราโอเกะยี่ห้อต่างๆ จากผู้ผลิตที่มีมาตรฐานคุณภาพสินค้าและบริการก่อนการขายและหลังการขายเป็นที่ยอมรับ อาทิเช่น SONY PANASONIC SOKEN LG เป็นต้น มากกว่าการซื้อสินค้าที่ไม่ค่อยได้มาตรฐาน ที่ส่วนใหญ่จะเป็นการนำเข้าเครื่องเล่นคาราโอเกะจากต่างประเทศ อาทิเช่น จีน ไต้หวัน เป็นต้น
เมื่อผู้บริโภคตัดสินใจซื้อเครื่องเล่นคาราโอเกะแล้ว สิ่งที่ตามมาคือการซื้อแผ่นเพลงคาราโอเกะที่อยู่ในรูปของแผ่นดิสก์ (disk) ซึ่งปัจจุบันแผ่นเพลงมีทั้งแบบประเภทที่เป็นแผ่นแท้ที่มาจากบริษัทค่ายเพลงต่างๆ ผลิตออกมาจำหน่ายเอง ซึ่งจะมีราคาสูงกว่าแบบประเภทที่เป็นแผ่นลอกเลียนแบบที่มีจำหน่ายในตลาดมืด ทั้งนี้ข้อดีที่ผู้บริโภคจะได้รับจากการเลือกซื้อสินค้าแบบประเภทแผ่นแท้คือได้สินค้าที่มีคุณภาพและราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนัก เมื่อพิจารณาถึงการใช้งานในระยะยาวที่สามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน และสามารถฟังและร้องซ้ำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ และหากเปรียบเทียบกับค่าบริการที่ต้องจ่ายไปทุกครั้งที่ไปซื้อบริการที่ร้านคาราโอเกะต่างๆ รวมถึงมีการใช้บริการผ่านทางอินเตอร์เน็ท และมือถือบ้างบางส่วนซึ่งผู้ให้บริการในปัจจุบันได้แก่ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ท Broadband ดังเช่น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท สามารถอินโฟมีเดีย จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เป็นต้น ซึ่งแต่ละบริษัทก็จะเน้นการทำการตลาดเฉพาะทางมากกว่าการทำตลาดรวมทุกกลุ่ม
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของธุรกิจคาราโอเกะ
1. การตอบรับของค่ายเพลงผู้ผลิต (Sourcing)
การพิจารณาการตอบรับของทางค่ายเพลงผู้ผลิตจึงมีความสำคัญเนื่องจากเพลงจัดได้ว่าเป็นองค์ประกอบหลักในการดำเนินธุรกิจคาราโอเกะ ดังนั้นอาจสรุปได้ว่าหากทางค่ายเพลงผู้ผลิตให้ความสนใจและสนับสนุนการผลิตสินค้าที่บรรจุเพลงคาราโอเกะอยู่ในรูปของวีซีดี ดีวีดี MP3 ประเภทนั้นออกมามากน้อยเพียงใด ก็จะทำให้คาราโอเกะเป็นที่ต้องการและเกิดความนิยมมากขึ้นเท่านั้น ในอดีตเคยมีการนำเข้าเครื่องเล่น MD สู่ประเทศไทย แต่เมื่อไม่มีค่ายเพลงใดผลิตแผ่น MD ออกมาสู่ตลาด ทำให้เครื่องเล่น MD ไม่สามารถทำตลาดและเติบโตได้ในประเทศไทย
2. การยอมรับเทคโนโลยีของผู้บริโภค
ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการนำเสนอรูปแบบสินค้าบริการใหม่ๆ และมีความหลากหลายออกสู่ตลาดทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้บริโภคว่ามีความต้องการสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองด้านใด เช่น การซื้อสินค้าและบริการเพื่อความจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน การซื้อสินค้าและบริการเพื่อความบันเทิง เป็นต้น จากปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคมและสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ส่งผลให้เกิดความเครียด ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับชีวิตและความเป็นอยู่ มีการมองหาสินค้าและบริการต่างๆที่จะช่วยสร้างความบันเทิง ความผ่อนคลายให้กับชีวิตมากขึ้น ซึ่งการร้องเพลงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความสนใจ และกลายเป็นกิจกรรมในการผ่อนคลายและกิจกรรมเพื่อการเข้าสังคม ถึงอย่างไรก็ตามผู้บริโภคแต่ละคนก็มีความชอบมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกันออกไป เครื่องเล่นคาราโอเกะประเภทหนึ่งอาจเป็นที่นิยมของคนกลุ่มหนึ่งแต่อาจไม่เป็นที่นิยมของคนอีกกลุ่มหนึ่งเช่นกัน ดังนั้นผู้ผลิตสินค้าและบริการจึงต้องคำนึงถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและศักยภาพของผู้ใช้เทคโนโลยีด้วย
3. ต้นทุนของสินค้าและความแตกต่างของสินค้า
ในแง่ของผู้บริโภค สินค้าและบริการที่ราคาไม่แพงและมีคุณภาพดี ซึ่งสินค้าอาจมีตราสินค้าที่ได้รับการยอมรับความเป็นมาตรฐานย่อมเป็นที่ต้องการสำหรับลูกค้าในตลาด และจากการแข่งขันในธุรกิจที่เพิ่มขึ้นทุกวันของผู้ประกอบการแต่ละรายที่ต่างพยายามช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาด ทำให้ผู้ผลิตพยายามหานวัตกรรมหรือการสร้างสรรค์สินค้าและบริการใหม่ๆเพื่อสร้างความแตกต่างของสินค้าและบริการจากคู่แข่งขัน ทั้งนี้ในการสร้างความแตกต่างนอกเหนือจากพัฒนารูปแบบของสินค้าและบริการที่มีความหลากหลายยังรวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานหรือการจัดหาซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพราคาถูกเพื่อควบคุมต้นทุนสินค้าให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ในแง่ของธุรกิจคาราโอเกะจะมีเรื่องต้นทุนลิขสิทธ์การเผยแพร่ การทำซ้ำต่อสาธารณชนที่จำเป็นต้องพิจารณาว่าเป็นต้นทุนทางตรงอีกทางหนึ่งที่ส่งผลต่อกำไรของผู้ประกอบการ
ประวัติการพัฒนาเทคโนโลยีคาราโอเกะ
ธุรกิจคาราโอเกะในเมืองไทยเริ่มมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2520 แต่จากปัญหาเรื่องการจัดเก็บลิขสิทธิ์ค่าทำซ้ำและการเผยแพร่ต่อสาธารณชนส่งผลให้ธุรกิจคาราโอเกะในประเทศไทยเริ่มชะลอตัวลงในปี พ.ศ.2545 หากพิจารณาถึงแนวโน้มในอนาคต ธุรกิจคาราโอเกะยังคงมีอัตราการเติบโตอยู่ จากความพยายามของผู้ประกอบการรายต่างๆ พยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบของการให้บริการหรือแม้แต่การพัฒนาเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในธุรกิจคาราโอเกะเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งนี้วิวัฒนาการเทคโนโลยีคาราโอเกะเริ่มตั้งแต่เครื่องเล่น Sequencer เครื่องเล่นวีซีดี (VCD) เครื่องเล่นระบบ Harddisk และเครื่องเล่น MP3
1. ยุคเครื่องเล่น Sequencer เครื่องเล่น Sequencer เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในธุรกิจคาราโอเกะยุคเริ่มแรกในปีพ.ศ. 2520 ซึ่งมีการนำมิดี้ไฟล์ (MIDI File) มาใช้เป็นดนตรีสังเคราะห์เพื่อให้เข้ากับเนื้อเพลงเท่านั้น และได้รับความนิยมและถูกนำไปใช้ในสถานประกอบการกลางคืนเท่านั้น
2. ยุคเครื่องเล่นวีซีดี (VCD)เครื่องเล่นวีซีดีได้ถูกพัฒนาขึ้นซึ่งเป็นลักษณะเล่นได้แผ่นเดียวและเริ่มเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ใช้ครัวเรือนมากขึ้น แต่เนื่องจากความซับซ้อนในการใช้งานและผู้ผลิตแผ่นวีซีดียังมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับเทปคาสเซ็ทและซีดี จึงทำให้เครื่องเล่นวีซีดีไม่ค่อยได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจคาราโอเกะเท่าใดนัก ในขณะเดียวกันรัฐบาลได้ออกกฎหมายห้ามสถานบันเทิงในการใช้เครื่องดนตรีเกิน 2 ชิ้น เป็นสาเหตุให้สถานประกอบการรายต่างๆ นิยมใช้คีย์บอร์ด (Keyboard) และเครื่องเล่น Sequencer อย่างแพร่หลายมากขึ้น ตลอดจนมีการพัฒนารูปแบบของคาราโอเกะ MIDI file ที่ทันสมัยเพิ่มมากขึ้น
ในเวลาต่อมา ผู้ผลิตเครื่องเล่นวีซีดี ได้พัฒนาเครื่องเล่นวีซีดีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยสามารถเล่นแผ่นวีซีดีได้ 100 แผ่น และ 300 แผ่น ประกอบกับทางบริษัทค่ายเพลงต่างๆในประเทศไทยมีการผลิตแผ่นวีซีดีออกสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น จึงสร้างความสนใจให้กับผู้ประกอบการธุรกิจคาราโอเกะเป็นจำนวนมากในการติดตั้งเครื่องเล่นวีซีดีในสถานประกอบการของตนเอง ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีเครื่องเล่นวีซีดีจึงเป็นจุดเริ่มของการเกิดตู้คาราโอเกะที่ได้รับความนิยมในเวลาต่อมา
3. ยุคเครื่องเล่นคาราโอเกะระบบฮาร์ทดิสก์ (Harddisk)การผลิตเครื่องเล่นคาราโอเกะระบบฮาร์ทดิสก์ (Harddisk) สามารถบรรจุเพลงได้มากขึ้น ทำให้ระบบการทำงานง่ายขึ้นและสะดวกรวดเร็วขึ้น ซึ่งมีการนำเข้าเครื่องเล่นคาราโอเกะจากเมืองจีนที่มีราคาถูก รวมถึงค่ายเพลงนิยมผลิตแผ่นวีซีดีคาราโอเกะออกจำหน่ายมากกว่าแผ่นซีดีและเทปคาสเซ็ท ทำให้ธุรกิจคาราโอเกะมีการขยายตัวในอัตราที่สูงซึ่งครอบคลุมทุกตลาด
4. ยุคเครื่องเล่น MP3 เครื่องเล่น MP3 เป็นนวัตกรรมใหม่ของผู้ผลิตที่พัฒนาให้มีศักยภาพในการบันทึกข้อมูลได้เป็นจำนวนมากใน 1 แผ่นโดยที่มีขนาดไฟล์เล็กลงเมื่อเปรียบเทียบกับแผ่นวีซีดี ทั้งนี้ MP3 ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมากจึงทำให้ผู้ผลิตหลายรายต่างผลิตเครื่องเล่น MP3 ที่สามารถเล่นแผ่นได้ทั้งรูปแบบวีซีดี และดีวีดี และเมื่อรูปแบบคาราโอเกะ MP3 สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้อย่างลงตัวจึงมีการขยายรูปแบบการให้บริการผ่านทางโทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ท broadband
ตลาดคาราโอเกะในเมืองไทย
ตลาดคาราโอเกะในเมืองไทย
- ตลาดล่างหรือตลาดรากหญ้า : ชะลอตัวมีการเข้าออกของผู้ประกอบการอยู่เสมอ รวมถึงร้านอาหารเองก็นิยมที่จะซื้อตู้คาราโอเกะเป็นของตัวเองมากกว่าที่จะแบ่งเปอร์เซ็นต์จากเจ้าของตู้เหมือนในอดีต
- ตลาดบน : ร้านคาราโอเกะ , สถานประกอบการทั่วไป ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมี demand ของผู้บริโภคที่สนับสนุนอยู่รวมถึงกำลังซื้อของกลุ่มผู้บริโภคยังมีมาก และมีการเกิดของผู้ประกอบการรายใหม่อยู่เสมอ การแข่งขันไม่สามารถแข่งขันเรื่องของความใหม่ของเพลงได้แต่จะแข่งขันโดยใช้ความแตกต่างของอุปกรณ์ , การตกแต่ง , การบริการ เป็นต้น
- ตลาดบ้าน : ตลาดบ้านมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีผู้ประกอบการหลายรายที่ผลิตเครื่องเล่นคาราโอเกะสำหรับบ้านทั้ง SONY , PANASONIC , SOKEN , LG ฯลฯ ทำโปรโมชั่นและการแข่งขันทางการตลาดทำให้ตลาดมีการตื่นตัวเสมอ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการแสดงออกมากขึ้นและเห็นการร้องเพลงเป็นเรื่องของการผ่อนคลายและความสามารถเฉพาะตัว ทำให้ธุรกิจในตลาดนี้ยังมีการเติบโตสูง รวมถึงเทคโนโลยี ที่เข้ามาสู่ธุรกิจคาราโอเกะบ้านอีกทั้ง มือถือ , เคเบิ้ลทีวี , อินเตอร์เน็ท เป็นต้น ทำให้ธุกิจคาราโอเกะไม่ได้จำเพาะในร้านคาราโอเกะหรือภายในห้องอีกต่อไป ผู้บริโภคสามารถร้องคาราโอเกะได้ทุกที่ ทุกเวลาที่ต้องการ
ประวัติความเป็นมาของธุรกิจคาราโอเกะในเมืองไทย
ประวัติความเป็นมาของธุรกิจคาราโอเกะในเมืองไทย
คำว่า “Karaoke”มาจากภาษาญี่ปุ่น โดย “Kara” แปลว่า ว่างเปล่า และ “Oke” แปลว่า ออเคสต้า รวมกันเข้ามีความหมายถึง เทปที่มีแต่เสียงดนตรี ไม่มีเสียงขับร้อง โดยธุรกิจคาราโอเกะนั้นมีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่นโดยแต่เดิมนั้นคาราโอเกะนิยมใช้ในหมู่บริษัทมิวสิคโปรดักชั่น เพื่อให้นักร้องในสังกัดใช้ร้องเพลง ในกรณีที่ต้องไปเปิดการแสดง จะได้ไม่ต้องหอบหิ้วเครื่องดนตรี รวมถึงนักดนตรี ให้ยุ่งยาก สิ้นเปลือง และเป็นธุรกิจเพื่อความบันเทิงและผ่อนคลาย ปี ค.ศ. 1977 เป็นปีที่คาราโอเกะเริ่มฮิตติดตลาดญี่ปุ่น เพราะถูกกับอุปนิสัยชาวญี่ปุ่นที่ชอบร้องเพลงอยู่แล้ว และปีค.ศ. 1991 มีการสำรวจพบว่าในประเทศญี่ปุ่นมีร้านอาหารที่ติดตั้งคาราโอเกะจำนวนถึง 70,000 ร้าน มีคนร้องคาราโอเกะรวม 52 ล้านคน
ธุรกิจ
คาราโอเกะเข้าสู่ประเทศไทยโดยประมาณ พ.ศ. 2520 โดย เริ่มต้นที่ย่าน "ธนิยะ" สถานประกอบการกลางคืน โดยบนถนนธนิยะในอดีตจะเป็นศูนย์กลาง สำหรับนักธุรกิจนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ในยุคแรกรูปแบบของคาราโอเกะในประเทศไทยกลุ่มของลูกค้าเป็นคนกลางคืนเสียส่วนใหญ่และโดนมองในภาพลบเสียมากกว่า เพราะจะมีเหล้าสาเก , เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ รวมถึงมีผู้หญิงไว้คอยบริการ โดยรูปแบบของคาราโอเกะแรกๆ ที่นำมาใช้ เรียกกันว่า "ดนตรี แปดแทรค" คือจะมีเครื่องเล่น และม้วนเทปที่มีลักษณะคล้ายกับเทปเพลงทั่วไป แต่มีขนาดที่ใหญ่กว่าเทปธรรมดาสักหน่อย ลักษณะการใช้เช่นเดียวกับการเปิดเทปเพลงแต่แตกต่างกันที่เครื่องเล่นชนิดนี้จะไม่มีเสียงร้องมีเฉพาะเสียงดนตรีเพียงอย่างเดียว ลูกค้าที่มาเที่ยวจะร้องเพลง โดยมีเนื้อเพลงเขียนไว้ในกระดาษกางเอาไว้ ให้ดูและร้องตามไป
ในปีพ.ศ. 2545 ประเทศเริ่มมีการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เผยแพร่และค่าทำซ้ำต่อสาธารณชน ตามเงื่อนไขของ WTO ที่ต้องดูแลและให้ความสำคัญต่อเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งการจัดเก็บเริ่มต้นในธุรกิจของคาราโอเกะเป็นลำดับแรก โดยมีบริษัทแกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด มหาชนเป็นบริษัทแรกที่ออกมาทำการจัดเก็บ และตามมาด้วยบริษัทอาร์เอส โปรชั่น จำกัด , บริษัทลิขสิทธิ์เพลง จำกัด และบริษัทอื่นๆอีกมากมายรวม15บริษัทที่ทำการจัดเก็บค่าเผยแพร่อย่างจริงจัง นอกเหนือจากบริษัทเทียก้า(TECA) ที่เป็นบริษัทดูแลลิขสิทธิ์ของเพลงสากล ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจคาราโอเกะเกิดต้นทุนและความสับสนในการใช้เพลงของบริษัทต่างๆเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ประกอบการที่ปรับตัวไม่ได้และไม่สามารถสู้ต้นทุนได้ปิดตัวลงไป เป็นช่วงที่ธุรกิจคาราโอเกะหยุดชะงักและมีการชะลอตัว จนกระทั่งในปี 2546 ที่ผู้ประกอบการเริ่มมีความเข้าใจในเรื่องของลิขสิทธิ์เละเลือกใช้เพลงของบริษัทต่างๆได้เป็นอย่างดีแล้วจึงดำเนินธุรกิจคาราโอเกะต่อไป แต่ทั้งนี้สำหรับตลาดล่างได้แก่ตู้คาราโอเกะนั้นยังคงได้รับผลกระทบสูงจากการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์อยู่ที่ทำให้ธุรกิจคาราโอเกะของตลาดล่างค่อนข้างชะลอตัวและซบเซาสืบเนื่องมาจนปัจจุบัน ในขณะที่ตลาดบนหรือร้านคาราโอเกะทั่วไปยังสามารถที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้เนื่องจากมีการให้บริการอื่นๆเสริมและเก็บค่าใช้เป็นการเช่าชั่วโมงห้อง