แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพลงลูกทุ่ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพลงลูกทุ่ง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ลักษณะตลาดของธุรกิจลูกทุ่ง

ลักษณะของ ตลาดธุรกิจเพลงลูกทุ่งนั้นจะแบ่งช่วงเป็นช่วง High season และ Low season โดย High season จะเริ่มตั้งแต่หลังออกพรรษาคือเดือนพฤศจิกายนช่วงเข้าหน้าหนาวเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะภาคอีสานจะทำการเกี่ยวข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วทำให้มีกำลังซื้อและเวลาว่างในการหาความบันเทิงพักผ่อน และเป็นช่วงเทศกาลทั้งวันขึ้นปีใหม่ , วันสงกรานต์ เป็นต้น จนกระทั่งถึงเดือนพฤษภาคมก่อนเปิดเทอม และหลังจากช่วงเปิดเทอมจะเป็นช่วง Low season
ซึ่งเป็นลักษณะที่แตกต่างจากตลาดของเพลงสตริงที่สามารถขายได้ตลอดทั้งปี แต่ทั้งนี้ถึงแม้ในช่วง Low season ทางค่ายลูกทุ่งส่วนใหญ่ก็จะออกอัลบั้มเพลงโปรโมทออกมาเพื่อจะให้ไปดังช่วง High season เพราะเพลงลูกทุ่งต้องใช้ช่วงเวลาในการโปรโมทโดยเฉลี่ยประมาณ 6 เดือนถึงจะติดหูคนฟัง




Product Life Cycle ของธุรกิจเพลงลูกทุ่ง
ลักษณะวงจรชีวิตความโด่งดังของนักร้องลูกทุ่ง
ลักษณะวงจรชีวิตของนักร้องลูกทุ่งมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง หากพิจารณาจากกราฟข้างต้น จะเห็นว่าแบ่งออกเป็น 3 ช่วงคือ
1.ช่วงก่อนโด่งดัง(Introduction) : จะเห็นว่ากราฟช่วงนี้จะยาวมากกว่าช่วงอื่น เนื่องมาจากก่อนที่นักร้องหนึ่งคนจะสามารถออกอัลบั้มสักหนึ่งอัลบั้มนั้นต้องผ่านขบวนการต่างๆมากมายอาทิเช่นการคัดเลือกซึ่งทางบริษัทค่ายเทปจะทำการตรวจสอบทุกขั้นตอนตั้งแต่เสียงร้อง , บุคลิกภาพ รวมถึงนิสัยใจคอว่าหากโด่งดังแล้วจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ซึ่งในขั้นตอนนี้เกือบทุกบริษัทจะใช้เวลามากกว่า 3 ปีขึ้นไป และหลังจากที่ออกอัลบั้มแล้วนักร้องลูกทุ่งอาจจะไม่ได้โด่งดังตั้งแต่ชุดแรกแต่สำหรับนักร้องลูกทุ่งแล้วถือว่าเป็นเรื่องปกติ ในธุรกิจลูกทุ่งถือว่านักร้องลูกทุ่งนั้นมีโอกาสอยู่เสมอเพียงแค่ต้องจับทางให้ถูกเท่านั้นโดยทางบริษัทเพลงต้นสังกัดจะทำการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์วิธีการต่างๆเพื่อให้นักร้องคนนั้นโด่งดังซึ่งในบางครั้งกว่าที่นักร้องคนนั้นจะเป็นที่รู้จักอาจจะใช้เวลาถึงสิบๆปี เช่น อาภาพร นครสวรรค์ ที่มาโด่งดังจากอัลบั้มชุดที่ 9 ของเธอจากเพลงเลิกแล้วค่ะ
2.ช่วงโด่งดัง (Growth) : เมื่อนักร้องเริ่มเป็นที่รู้จักและโด่งดัง หากดูจากกราฟจะเห็นว่ากราฟขึ้นสูงอย่างรวดเร็วโดยนักร้องจะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วประเทศไทยได้ทันที ซึ่งปัจจัยที่ทำให้โด่งดังอาจมาจากเพลงที่โดนใจผู้ฟังเพลง , บุคลิกภาพของนักร้อง หรือ นิสัยใจคอของนักร้อง เป็นต้น
3.ช่วงติดลมบน(Maturity) : สำหรับนักร้องลูกทุ่งนั้นเมื่อเป็นโด่งดังเป็นที่ชื่นชอบแล้วจะสามารถขายได้ตลอดไป เช่น พรศักดิ์ ส่องแสง ที่เคยโด่งดังมากในอดีตและร้างลาวงการเพลงไปเกือน 10 ปีแต่เมื่อกลับมาทำอัลบั้มใหม่อีกครั้งก็ยังได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนเพลงเหมือนเดิม สาเหตุสำคัญที่นักร้องลูกทุ่งที่ติดลมบนแล้วสามารถขายได้เสมอนั้นมาจากพฤติกรรมผู้บริโภค(Customer Nature) ของผู้ฟังเพลงลูกทุ่ง โดยลักษณะพฤติกรรมของผู้ฟัง บริโภคกลุ่มนี้คือ
1.Customer Loyalty ความจงรักภักดีต่อตัวสินค้า : โดยหากผู้ฟังกลุ่มนี้ชื่นชอบนักร้องลูกทุ่ง ไม่ได้หมายความเพียงแต่เป็นการชื่นชอบชื่นชมเพียงอย่างเดียว ยังมีความหมายถึงความรักใคร่ชอบพอเสมือนหนึ่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน มีความเอ็นดูความผูกพันใส่ลงไปอีกด้วย จึงทำให้การบริโภคไม่ใช่แค่เพียงความชอบในเพลงอัลบั้มนั้นๆหรือหน้าตาของนักร้องเพียงชั่วครั้งชั่วคราวแต่ยังหมายความรวมไปถึงความต้องการให้การสนับสนุน ,ความผูกพัน ฯลฯ อีกด้วย ทำให้นักร้องลูกทุ่งที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคนั้นสามารถขายผลงานของตนเองได้เรื่อย ๆ ซึ่งเมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นเช่นนี้แล้ว หากนักร้องคนใดสามารถที่สามารถจับกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ได้ก็สามารถขายผลงานเพลงของตนเองได้ตลอดไป ไม่เพียงแต่นักร้องลูกทุ่งเท่านั้นยังรวมถึงนักร้องสตริงที่หันมาร้องลูกทุ่งด้วยเช่นเดียวกัน
2.ลักษณะนิสัยเฉพาะของคนไทย (โดยเฉพาะคนไทยในต่างจังหวัด) : คนไทยในต่างจังหวัดมีอุปนิสัยที่ชื่นชมคนมีความกตัญญูกตเวที , ซื่อสัตย์ , อ่อนน้อมถ่อมตน และ ใฝ่หาความรู้ เป็นต้น หากนักร้องลูกทุ่งมีอุปนิสัยตรงกับความชื่นชอบของพวกเขาก็เสมือนเป็นพรรคพวกเดียวกัน ก็จะได้รับการตอบรับสนับสนุนอย่างดีจากกลุ่มผู้ฟังกลุ่มนี้ ซึ่งเมื่อทราบถึงลักษณะนิสัยเฉพาะตรงนี้แล้ว ทำให้นักร้องลูกทุ่งต้องรักษาภาพลักษณ์ไว้ให้ดีที่สุด
หากมีข่าวที่ไม่ดี หรือมีพฤติกรรมที่ไม่ดีออกมาเช่น ไม่เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ , ขโมยของ , ย้ายค่ายโดยไม่มีสาเหตุที่ดี ฯลฯ ก็จะหมดความนิยมทันที
3.Attitude ปัจจุบันทัศนคติของคนฟังเพลง ยอมรับในเพลงลูกทุ่งมากขึ้น ไม่มองเป็นเรื่องที่เชยอีก
ต่อไป แต่ก่อนนั้นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพจะไม่กล้าที่จะฟังเพลงลูกทุ่งต่อสาธารณชนเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องน่าอาย แต่ปัจจุบันเพลงลูกทุ่งได้รับการยอมรับในกลุ่มคนฟังกรุงเทพมากขึ้น โดยมองว่าเพลงลูกทุ่งมีความเป็นเพลงสนุกสนาน ทำให้คนต่างจังหวัดหรือคนกรุงเทพเองหันมาฟังเพลงลูกทุ่งกันอย่างเปิดเผย ตรงจุดนี้หากผู้ผลิตสามารถจับทิศทางของพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปได้ โดยเปลี่ยนเนื้อหาสาระให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น เช่น ปัจจุบันมีเพลงที่เกี่ยวกับมือถือ หรือเทคโนโลยีอื่นๆมากขึ้น ก็จะสามารถครองใจตลาดกลุ่มนี้ได้กว้างขึ้นและยาวนาน

หากเปรียบเทียบกับนักร้องเพลงสตริง ลักษณะของ Product Life cycle จะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก
ลักษณะวงจรชีวิตความโด่งดังของนักร้องสตริง
วงจรชีวิตของนักร้องสตริงนั้นหากพิจารณาเป็นช่วงจะแตกต่างจากนักร้องลูกทุ่งดังนี้
1.ช่วงก่อนโด่งดัง(Introduction) : สำหรับนักร้องสตริงช่วงการทำเพลงหรือโด่งดังจะสั้นมาก โดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ซึ่งหากโด่งดังจะเข้าสู่ช่วง growth ทันทีแต่หากไม่โด่งดังก็จะหมดโอกาสต่อไปทันที โดยส่วนใหญ่ทางค่ายจะไม่สนับสนุนต่อซึ่งอาจหมายถึงต้องจบชีวิตการเป็นนักร้องไปเลย
2.ช่วงโด่งดัง (Growth) : หากนักร้องสตริงเข้าสู่ช่วงโด่งดังจะได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากแรงโปรโมททางสื่อซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีระยะเวลาประมาณ 6 - 12 เดือนหรือตามระยะที่เทปวางแผงขาย
3.ช่วงติดลมบน(Maturity) : นักร้องสตริงโดยส่วนใหญ่จะมีช่วงติดลมบนน้อยมากอาจเพียงแค่ระยะเวลาที่อัลบั้มชุดนั้นเป็นที่นิยม เพราะบางครั้งเมื่ออัลบั้มชุดที่สองออกมาอาจจะไม่ได้รับความนิยมเหมือนชุดแรก หรือแค่ 2-3 อัลบั้มแล้วหายไป
4.ช่วงหมดความนิยม (Aging) : เมื่อหมดช่วงวางแผงอัลบั้มความนิยมของนักร้องสตริงจะลดน้อยลง โดยจะมีนักร้องสตริงคนอื่นขึ้นมาได้รับความนิยมแทนเพราะการแข่งขันในตลาดสูง

ประวัติเพลงลูกทุ่ง

ถ้าหากกล่าวถึงคำว่า “เพลงลูกทุ่ง” นั้นคงไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินคำๆนี้ สังคมไทยมีความผูกพันกับเพลง ลูกทุ่งมาช้านานแล้วเพราะเป็นเพลงที่มีลักษณะสัมพันธ์กับท้องถิ่นอย่างชัดเจนโดยมีการแทรกความเป็นท้องถิ่นด้านคำร้องทั้งภาษาถิ่น , สาระของบทเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตและสังคมที่เกี่ยวข้องกับคนชนบทในแง่มุมต่างๆ ซึ่งในอดีตเราจะเรียกบทเพลงประเภทนี้ว่าเพลงตลาดหรือเพลงชีวิต แต่เริ่มมีการใช้เรียกว่า “เพลงลูกทุ่ง” ในราว พ.ศ. 2500 และเริ่มเรียกแพร่หลายในปีพ.ศ. 2507 จากรายการโทรทัศน์ของช่อง4 ซึ่งตั้งชื่อรายการว่า “เพลงลูกทุ่ง”
ตลาดเพลงลูกทุ่งในยุคแรกนั้นจะมีการเผยแพร่ผลงานตามงานคอนเสริต์ต่างๆ , สถานีวิทยุ , สถานีโทรทัศน์ และแผ่นครั่ง โดยทางศิลปินหรือวงดนตรีจะเป็นผู้ดำเนินงานเองทั้งหมด แต่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบนายทุนในราว พ.ศ. 2516 โดยเริ่มจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1(พ.ศ. 2504-2509) และฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2510-2514) มีเนื้อหาสาระเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศอยู่ที่การทดแทนการนำเข้าและเข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2515-2519) รัฐบาลได้ออกพ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนพ.ศ. 2520 ที่ให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ลงทุนทำให้ฐานะเศรษฐกิจและรายได้ประชาชาติได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 18 เท่าตัว
นอกจากภาวะเศรษฐกิจดังกล่าวแล้วปัจจัยที่ดึงดูดให้เข้ามาลงทุนในธุรกิจนี้อีกก็คือกฎหมายคุ้มครองการผลิตและการสร้างสรรค์ผลงานเพลงของผู้ผลิตและผู้แต่งเพลง และประกอบกับในช่วงนั้นมีการผลิตเครื่องเล่นเทปและวิทยุขนาดเล็กที่ผู้ฟังสามารถพกติดตัวฟังได้ตลอดเวลาที่เรียกว่า Sound About หรือ Walkman เครื่องเสียงชนิดนี้ได้รับความนิยมแพร่หลายและราคาถูกลง จึงทำให้นักฟังเพลงตื่นตัวในการฟังเพลงมากขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นทั้งระบบการบันทึกเสียงและเทปคาสเซท จากปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อวงการเพลงลูกทุ่งอย่างมากมายทำให้เกิดธุรกิจค่ายเพลงเพิ่มมากขึ้นและต่างต้องแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา หากดูจากรายงานการสรุปเรื่องธุรกิจเทปคาสเซทของฝ่ายวิชาการ ธนาคารกสิกรไทย(2529) พบว่าในแต่ละเดือนมีเทปคาสเซทออกมาใหม่ไม่ต่ำกว่า 15-20ชุด
สำหรับวงการเพลงลูกทุ่งมีค่ายเทปที่ดำเนินการผลิตผลงานเพลงออกสู่สาธารณชนหลายค่ายด้วยกัน อาทิเช่น
พ.ศ. 2519 ห้างหุ้นส่วนนางฟ้า โปรโมชั่น
พ.ศ. 2521 ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงานอุตสาหกรรมเลปไล้
พ.ศ. 2524 ชัวร์ออดิโอ จำกัด , เมโทรแผ่นเสียง-เทป(1981 )จำกัด
พ.ศ. 2530 เอส.ทีจำกัด
พ.ศ. 2531 โปรมีเดียมาร์ทนิธิทัศน์โปรโมชั่น
พ.ศ. 2532 ท็อปไลน์มิวสิค
พ.ศ. 2534 สมาร์ทบอมป์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ , เอส.เอ็น.อาร์ต.โปรโมชั่น,

บ๊อกซิ่งซาวด์ จำกัด
พ.ศ.2535 ซีวี.มิวสิค
พ.ศ.2536 เจ.เค.ซี จำกัด, ทองทอง 99 จำกัด
พ.ศ.2537 แปซิฟิก เรคคอร์ด จำกัด, โอโอพี โปรโมชั่น
พ.ศ.2538 ซี.เอ.สตูดิโอ จำกัด, มาสเตอร์เทป, ไร้ทมิวสิก จำกัด, มีเดีย มิวสิ

กกรุ๊ป (เอ็มเอ็มจี), สินชัย โปรโมชั่น, เอ็มดี มีเดีย จำกัด
พ.ศ.2539 ซี.ที.อาร์ โปรโมชั่น, บุษปะเกศ สตูดิโอ จำกัด, รถไฟดนตรี

(1995) จำกัด, เอส เอส มิวสิค เอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด,
จาตุรงค์ สตูดิโอ, เอส เอส มิวสิค เอนเตอร์เทนเมนท์, วีณา เมโลดี้
จำกัด
พ.ศ.2540 ไอ อี เอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บอลลูน จำกัด, เซาท์โฟร์แทค,

ลูกทุ่งนีโอ (เครือบริษัทนิโอ มิวสิค เน็ตเวิร์ค), กริซ เอนเตอร์เท
นเมนต์, เอ็มจีเอ เรคคอร์คส จำกัด, ลีลา เรคคอร์ด, พานมณีโปรโม
ชั่น
พ.ศ.2541 กันตนา มิวสิค จำกัด, เอ.ซี เรคคอร์ส, ดอกบัวคู่โปรโมชั่น

จำกัดเป็นต้น